ชะตาพลิกผันที่ซานซีโร่ปี 2010 ของบาร์ซ่าและอินเตอร์

จัดว่าเป็นช่วงเวลาแสนดราม่าของทีมดังเจ้าของตำรับบอลเกมรุกอย่างบาร์เซ โลน่าจริงๆ แล้วยังต้องโคจรมาเจอกับทีมที่มีโค้ชเน้นบอลตั้งรับอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วยซึ่งมันเกี่ยวตรงไหนกับประเด็นดราม่า ก็ขอให้ดูตอนที่สถานการณ์ปกติครับ ก็คือรอบแรก บาร์ซ่าก็อยู่กลุ่มเดียวกับ อินเตอร์ แต่ทั้ง 2 นัด เป็นฝั่งทีมดังของคาตาลันที่ไล่ขย่มอินเตอร์ แบบหมดโอกาสสู้ แม้จะเสมอเกมหนึ่งที่ซานซีโร่ แต่ก็ไล่ขย่มอยู่ข้างเดียวอยู่ดีในแง่ฟอร์มการเล่น แบบบอลคนละชั้น แต่พอรอบรอง ที่บาร์ซ่าต้องนั่งรถไปถึงอิตาลี กลับกลายเป็นว่า ช่วงแรกๆ บาร์ซ่าก็เล่นได้ดี ยังมีแรงวิ่ง แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ แรงเริ่มหมด และกรรมการ ก็ยังตัดสิน ได้แบบค้านสายตา ในหลายๆจังหวะอีก

ซึ่งที่สุดแล้ว บาร์เซโลน่าก็ พ่ายไป และหลังเกมนั้น ก็ได้มีสถิติออกมาว่า นักเตะของทัพเลือดหมูน้ำเงินนั้น วิ่งน้อยกว่า ปกติหลายเท่า ซึ่งทำให้เห็นว่า การเดินทางมีส่วนอย่างมาก ตรงจุดนี้มันผ่านไปแล้ว แต่มันก็น่าคิด ว่าถ้าเกมวันนั้น ทัพบาร์ซ่านั่งเครื่องบินไป เกมจะออกมาเป็นแบบนี้หรือไม่ และถ้าจะแพ้ จะแพ้ขาดถึง 2 ลูกเลยหรือ ? เพราะเชื่อโดยส่วนตัวว่า ถ้าไม่มีเรื่องนั่งรถ บาร์ซ่าน่าจะผ่านอินเตอร์ ได้แบบไม่ยากเลย ช่วงที่รู้ว่ารอบรองเราจะเจออินเตอร์ มิลาน แฟนบอลส่วนใหญ่นั่งผิวปาก และมองไปถึงว่า คาร์เลส ปูโยล จะยกถ้วย ท่าไหนด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้มอง คู่ชิงชนะเลิศ เลยด้วยซ้ำ มองว่า บาร์ซ่าในฐานะแชมป์เก่าเป็นแชมป์ สบายๆ แต่นี่อาจจะเป็นอาถรรพ์ของถ้วย UCL ก็ได้ ที่ยังไม่มีทีมใดสามารถ ป้องกันแชมป์ได้ เลยคิดแบบนี้ ว่าพระเจ้า อาจจะสร้างเหตุการณ์กลั่นแกล้ง เพื่อไม่ให้มีทีมใด ป้องกันแชมป์ได้

อีกเรื่องที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่สามารถก้าวข้าม คำว่า กุนซือเบอร์ 1 ของโลกได้ คือการบริหาร จัดการ นิสัย ใจคอ และอีกหลายๆปัจจัย ยกตัวอย่าง ง่ายๆ คือ เด็กปั้น หรือ เยาวชน ของทีม ที่ตรงจุดนี้ ยังไม่เห็นนักเตะคนไหนที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ปั้น ขึ้นมา แล้ว เก่งกาจ ติดอยู่ในระดับโลกเลย

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *