ชื่อชั้นของสโมสรส่งผลต่อชื่อเสียงของเทรนเนอร์

เส้นทางการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อตอนซีซั่น 2003-04 ที่ เอฟซี ปอร์โต้ ต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งถามว่าหนักมากมั้ย ก็ว่าหนักแต่ไม่มาก กล่าวคือ แมนยู ช่วงเวลานั้น ก็อยู่ในช่วง ผลัดใบ นักเตะตัวหลักหลายๆคน เริ่มย้ายออกจากทีมไป และอีกอย่างบอลรอบ 16 ทีม เตะแค่ 2 นัด อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่อย่างนั้น ทีมชาติไทย จะเคยล้ม เกาหลีใต้ ได้ที่ 4 ในกีฬาเอเชี่ยน เกมส์ หรอกหรือ คือแค่การล้มทีมอย่าง แมน ยู คงจะไม่ได้ทำให้ ได้เหรียญเกรียติยศ หรือถูกยอย่องอะไรขนาดนั้น เพราะแมนยู เล่นในลีก ก็ยังเคยแพ้ทีมรองบ่อน และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องให้ เครดิต ฝีมือ โจเซ่ มูรินโญ่ ด้วย ที่วางแผนดีเลยทีเดียว จนทำให้ ล้มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ จากนั้น รอบ 8 ทีม ปอร์โต้ เจอ ลียง ที่ผมก็มองว่า เป็นทีมในระดับเดียวกัน ไม่หนีกันเท่าไหร่

ตรง นี้ ทีมระดับสูสี พอสู้กันได้ ใครชนะกัน ก็ไม่น่าจะแปลก จากนั้น รอบรอง ปอร์โต้ เจอ ลาคอรุนญ่า ซึ่งถ้าถามจริงๆ ก็คือ ทีมในระดับเดียวกันอีก และสุดท้าย ชิงกับ โมนาโก ซึ่งตรงนี้ ถ้าพูดกันตรงๆ ชื่อชั้น โมนาโก ดูเป็นรองเสียด้วยซ้ำ ปอร์โต้ เลยขยี้ไปสบายเท้า ในรอบชิง คว้าแชมป์ไปครอง ซึ่งนี่แหละจะว่ากันตรงๆก็คือ ปอร์โต้ ในครั้งนั้น แทบไม่มีคู่แข่งหินๆ มาขวางทางเลย ดวงมันเกื้อหนุน โจเซ่ มูรินโญ่ หมดเลย ยกตัวอย่างอีกก็ได้ว่า สายของปอร์โต้ ทีมที่ควรจะได้ไปเจอกับ ปอร์โต้ รอบรอง ควรจะเป็น เอซี มิลาน มากกว่า แต่มิลานก็ เพลี่ยงพล้ำให้ ลาคอ แบบไม่น่าเชื่อ หรือ สายล่าง ที่ทีมอย่าง เรอัล มาดริด ตกรอบให้กับ โมนาโก ในรอบ 8 ทีม หรือ เชลซี แพ้ให้ โมนาโก ในรอบรองแบบนี้ ซึ่งถ้าจะว่ากันตรงๆ โมนาโก ดูผ่านงานหิน มามากกว่า ปอร์โต้ ด้วยซ้ำ กว่าจะได้เข้าชิงชนะเลิศ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *